พล.อ.สมศักดิ์ สมรักษ์ ผอ.สปร.ทบ. ตรวจเยี่ยมโครงการหมู่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 8 ต.ลำพูน อ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี

พล.อ.สมศักดิ์ สมรักษ์ ผอ.สปร.ทบ. ตรวจเยี่ยมโครงการหมู่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 8 ต.ลำพูน อ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี
เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 09.30 น. พล.อ.สมศักดิ์ สมรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและความมั่นคงกองทัพบก(ผอ.สปร.ทบ.) และคณะ ติดตามผลการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและงานตามนโยบาย/สั่งการ ทบ.ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่กองทัพภาคที่ 4 (ทภ.4)(จ.ชุมพร จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.ระนอง) ณ โครงการหมู่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 8 ต.ลำพูน อ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี โดยมี นายกัมปนาท กลิ่นเสาวคนธ์ นายอำเภอบ้านนาสาร พร้อมด้วย นายศิรวัชร์ มานพพันธ์ ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น นายธีระพล ช่วยสุข หัวหน้าโครงการจุฬาภรณ์พัฒนา 8 ร.ต.สัมฤทธิ์ หนูจันทร์แก้ว ผู้ช่วยสัสดีอำเภอบ้านนาสาร นายประสิทธิ์ จิ้วสิ้ว กำนันตำบลลำพูน นายเสกสรร กาโห นายกองค์การบริหารส่วนตำบลลำพูน นางสาว ชไมพรพัฒนะ ผู้อำนวยการโรงเรียนกอบแกบ นายเสน่ จรดิษฐ์ ผู้ใหญ่บ้านคลองหาเหนือ นายสุธรรม เพ็ชรแท้ ผู้ใหญ่บ้านกอบแก้ววัฒนาภิบาล และหัวหน้าส่วนราชการพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับ
โดยมีกิจกรรมการตรวจเยี่ยมดังนี้
1.รับฟังการบรรยาย และติดตามการดำเนินงานที่เกี่ยวกับโครงการจุฬาภรณ์พัฒนา 8
2. เยี่ยมชมโครงการจุฬาภรณ์พัฒนา 8 และอาคารทรงงานสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒนวรขัตติยราชนารี

ในปี พ.ศ. 2531 ได้เกิดอุทกภัยครั้งร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งในภาคใต้ของประเทศไทย โดยเฉพาะในเขตจังหวัดนครศรีธรรมราชและสุราษฎร์ธานี อุทกภัยครั้งร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งในภาคใต้ของประเทศไทย โดยเฉพาะในเขตจังหวัดนครศรีธรรมราชและสุราษฏร์ธานี อุทกภัยดังกล่าวมีผลทำให้สูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดจนที่อยู่อาศัย เรือกสวนไร่นาของราษฎรซึ่งประมาณค่ามิได้และผลกระทบที่สำคัญยิ่งประการหนึ่ง คือ การเสียขวัญและสภาพจิตใจของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ดังนั้นศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ องค์ประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ทรงห่วงใยในความเดือดร้อนของราษฎร์ในพื้นที่ดังกล่าว จึงได้มีพระราชดำริให้ดำเนินการโครงการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมและชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้น เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอย่างเร่งด่วนและต่อเนื่อง ให้ครบวงจร โดยจัดที่อยู่อาศัยที่ทำกิน การส่งเสริมอาชีพทั้งระยะสั้นและระยะยาว ตลอดทั้งจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกตามความเหมาะสม รวมทั้งการฟื้นฟูสภาพแวดล้อม ให้ดีขึ้น
เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2535 สมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาวลัยลักษณ์ ได้เสด็จพระราชดำเนินยังโครงการจุฬาภรณ์พัฒนา 8 อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อทรงปฏิบัติพระราชภารกิจโครงการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมและชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎร ในการนี้ได้มีพระราชดำริกับนายประพัฒน์พงษ์ บำเพ็ญสิงห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี และ ร.ต.เชาวน์ ปุรินทราภิบาล ป่าไม้เขตสุราษฎร์ธานี ให้จัดทำสวนนกและสวนกวาง เพื่อให้เป็นที่สำหรับนักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชม และเป็นที่ขยายพันธุ์สู่ธรรมชาติ
เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2536 ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ ได้เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรสภาพพื้นที่และตรวจเยี่ยมราษฎร หมู่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 8 และทรงมีพระราชดำริกับพล .อ.พิจิตร กุลละวณิชย์ รอบประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ฝ่ายกิจกรรมพิเศษ สรุปใจความได้ว่า ให้ปรับปรุงสถานที่ และก่อสร้างอาคารเพื่อสนับสนุนแผนงานการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวโครงการจุฬาภรณ์พัฒนา 8 จังหวัดสุราษฎร์ธานี และทรงมีพระราชดำริกับนายสมพล พันธุ์มณี ผู้อำนวยการกองประสานงานโครงการ 4 และเจ้าหน้าที่หน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง สรุปสาระสำคัญได้ว่า ให้ดำเนินการปรับปรุงพื้นที่บริเวณโครงการหมู่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 8 ให้เป็นสถานที่ที่จะดึงดูดเยาวชนและประชาชนเข้ามาศึกษาธรรมชาติ และฟื้นฟูอนุรักษ์สภาวะสิ่งแวดล้อม โดยจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวก และดูแลความปลอดภัยให้กับผู้ที่เข้ามาศึกษาธรรมชาติและตั้งค่ายพักแรม
ผลการดำเนินงาน
– คอกสัตว์ป่า รั้วตาข่าย ความยาว 1,000 เมตร
– ฟื้นฟูพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมในเขตพื้นที่โครงการ เนื้อที่ประมาณ 910 ไร่
– ก่อสร้างศาลาแปดเหลี่ยม เพื่อใช้เป็นอาคารศาลาเอกนกประสงค์
– ผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์
ประโยชน์ที่ได้รับ
1. ช่วยขยายพันธุ์สัตว์ป่า (กวาง,นกต่างๆ) ให้มีปริมาณเพิ่มขึ้นสามารถทดแทน สัตว์ป่าในธรรมชาติที่ถูกล่าจนเหลือน้อยในปัจจุบัน
2. มีอาคารสำหรับการฝึกอบรม การสัมมนา การประชุม การจัดนิทรรศการ และแสดงผลงานต่าง ๆ ที่ได้ดำเนินการในเขตพื้นที่โครงการ
3. อำนวยความสะดวกกับผู้เข้าไปศึกษาธรรมชาติ ตลอดทั้งประกอบกิจกรรมเข้าค่ายพักแรม ทัศนศึกษา ภายในพื้นที่โครงการ
4. นำพลังงานไฟฟ้าไปสูบน้ำเพื่อใช้ในด้านการเกษตรและผลิตแสงสว่าง
5. มีไฟฟ้าใช้ในเขตพื้นที่โครงการ โดยไม่สิ้นเปลืองงบประมาณในการติดตั้งและเดินสายไฟ
6. เป็นแหล่งท่องเที่ยวและที่พักผ่อนหย่อนใจ และศึกษาธรรมชาติของสัตว์ป่า

ผู้บังคับบัญชา